Pages

Showing posts with label albumreviews. Show all posts
Showing posts with label albumreviews. Show all posts

25 April 2010

ALBUM REVIEWS: The Tallest Man On Earth, Joanna Newsom, Zola Jesus, Gil Scott-Heron, Gorillaz, Javelin, JJ

http://26.media.tumblr.com/tumblr_l1e01a0Lk21qb118bo1_500.jpg
The Tallest Man On Earth | The Wild Hunt (2010)
[9.5/10]

อัลบัม โฟล์คที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณอย่างล้นพ้น ทุกแทร็กแน่นด้วยไอเดียอย่างพอดิบพอดี -- สำหรับคอกีต้าร์...ลองศึกษาการจับ/ตี/เกา/ตั้งสายกีต้าร์ ทำให้คอร์ดสายเปลือยๆ/อุดๆ/ดันๆ/ที่ประดิษฐ์มาอย่างแยบยล ฟังดูโคตรเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหลากหลายแพรวพราวสุดศักยภาพที่กีต้าร์ ตัวเดียวจะทำได้ -- ...แน่ละว่าเสียงร้องเขาเหมือนจะถอดแบบจากBob Dylanมาดื้อๆ ...แต่...แล้วไงวะ? ผิดตรงไหน?
[ "Burden of Tomorrow" (via) , “King of Spain” (via) ]

Joanna Newsom | Have One On Me (2010)
[9.0/10]
งา นอัลบัมสามแผ่นที่เรียกร้องให้พวกท่านให้เวลากับมันมากๆ ใช้เวลาจูนกับมันให้ติด แล้วท่านจะพบว่าการผจญภัยไปในดินแดนแทนนิยายที่ขับกล่อมด้วยharpและเสียง ร้องต้องมนตร์ของJoanna Newsomนั้นยากที่จะลืม (ลองอ่านเพิ่มเติมที่เคยเขียนถึงใน dodomesol)
[ '81 , On A Good Day ]

Zola Jesus | Stridulum EP (2010)
[9.0/10]
โลก ที่แสนมืดหม่นใต้ท้องฟ้าอืมครืมของซินธิ์ที่แล่นราวกับซาวน์แทร็กหนังชวนชน ลุก สร้างบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่ในพื้นที่ที่อ้างว้างเดียวได้อย่างสวยงามยิ่งนัก เสียงร้องที่ใหญ่กว้างประกาศก้องให้โลกรู้ถึงความคับแค้นในใจออกมาดังๆได้ อย่างอลังการ
[ "I Can't Stand" (via) , "Night" (via) ]

Gil Scott-Heron | I'm New Here (2010)
[8.5/10]
มาล้อมวงฟัง ท่านกล่อมบทกวีคมคายๆ ในบรรยากาศดนตรีสังเคราะห์เก๋ๆ การแซมป์เสียงผสมผสานเป็นซาวน์แทร็กแห่งปรัชญาเท่ห์ๆและปกคลุมด้วยกลิ่นอาย ของดนตรีอิเล็กโทรนิค สุดยอดการคัมแบ็คของศิลปินตำนาน
[ "New York Is Killing Me" (via) , "Me And The Devil" (via) ]

Gorillaz | Plastic Beach (2010)
[8.5/10]
ดนตรี การ์ตูนที่จะคงความ'ทำเป็นเล่น'สนุกสนานตามสูตร แต่ก็เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานกว่าครั้งไหนๆ ที่จะสร้างอัลบัมที่ขยายกรอบของแนวดนตรี ทั้งอิเล็กโทรนิค เพลงเต้นรำ ดนตรีอาหรับ ดนตรีแอฟริกัน ดนตรีฮิปฮอป พร้อมกันยังคงเส้นเรื่องของอัลบัมให้อารมณ์เป็นหนึ่งเดียวไปด้วย -- แม้ครึ่งหลังอัลบัมผมจะรู้สึกว่า'ธรรมดาไปหน่อย' แต่โดยรวมถือว่าคุณภาพแน่นดี
[ "Stylo" (via) , "Superfast Jellyfish" ]

Javelin | No Mas (2010)
[8.0/10]
ทาง เลือกที่ ดีสำหรับคนโหยหาอะไรอนาล็อค กิ๊กก็อกๆ ออกมาเป็นดนตรีอิเล็กโทรเนิร์ดๆตุ่นๆ นึกถึงเกมส์กดที่เล่นตอนเด็กๆ ไตเติ้ลรายการทีวีที่เคยดู ...โดยรวมเป็นงานpopที่สนุกสนานทีเดียว
[ "Oh! Centra" (via) , "Vibrationz" ]

jj | no.3 (2010)
[7.5/10]
งาน อินดี้ป็อปที่ แสนบางเบาสบายหูจนแทบจะเรียกได้ว่าeasy-listening ซึ่ง...อาจจะ'อ่อน'เกินสำหรับคนวัยไม่แก่ที่ยังอยากคึกคักและท้าทายหูอยู่ (แต่ก็'แนว'เกินสำหรับคนแก่) เป็นงานฟังเพลิน กีต้าร์คอร์ดพื้นๆ ร้องใสๆ ใส่ซินธ์บางๆเพราะๆ เรียกว่าplay safeเกินก็ได้
[ "My Life" (via) , "Into The Light" (via) ]

20 February 2010

ALBUM REVIEWS: Local Natives, Gigi, Corinne Bailey Rae, Toro Y Moi


Local Natives
Gorilla Manor (2010)
[9.0/10]
(myspace | wiki | official)
Sun Hands (via)
Airplanes (via)
Camera Talk
(youtube)





สำหรับคนที่ชอบที่ภาคดนตรีปึกๆ แน่นๆ งานของLocal Nativesจะทำให้พวกท่านอยากไปดูพวกเขาเล่นสด ลูกดนตรีอันแพรวพราวประกอบไปด้วยสำเนียงไซคีๆด้วยอารมณ์แบบแปล่งๆหมอลำเล็กๆ กีต้าร์ไฟฟ้าปิ๊กกิ้งเจ็บๆ เบสเดินเก๋าๆ ขับเคลื่อนด้วยริฟท์ชัดถ้อยชัดคำหนักแน่น แทบไม่สัมผัสถึงความปรุงแต่งจากเสียงสังเคราะห์หรือเทคนิคหวือหวาเลย เป็นเครื่องดนตรีร็อคแท้ๆแบบดั่งเดิม แบบ70sๆ ร้องลั่นเต็มเสียง สับคอร์ดเต็มคอร์ด เพลงช้าก็บิ้วด้วยเปียโนและคอร์ดกีต้าร์นุ่มๆกันเต็มที่


Gigi
Maintenant (2010)
[8.5/10]
(myspace)
No, My Heart Will Go On
The Old Graveyard
... (via)
The Hundredth Time





อัลบัมนี้จะพาท่านนั่งไทม์แมชชีนกลับไปงานพรอมยุคต้น60s ในซานฟรานซิสโก้ เป็นงานที่ไม่อายที่จะเปิดเผยไปตรงๆว่าได้แรงบันดาลใจมาจากดนตรีรุ่นคุณพ่อ คุณแม่ และมิได้พยายามทำให้มันซาวน์ร่วมสมัย เพียงแต่ปล่อยให้ความ'เก่า'แท้ๆของมันแสดงความสดใหม่บางอย่างที่หาได้ยากใน โลกดิจิตอลจอมปลอมออกมาเอง ยิ่งฟังซ้ำก็ยิ่งกลบความน่าเบื่อและความเดาได้ของมันลงไป ค่อยๆเปลือยหัวใจของอัลบัมดวงโตๆของมันออกมา


Corinne Bailey Rae
The Sea (2010)
[8.0/10]
(wiki | official)
I'd do it all again
Are You Here

The Blackest Lily





ผมชอบเสียงของนักร้องsoulคนนี้เหลือเกิน เป็นสเน่ห์แบบคุณภาพคลาสสิก แต่ไม่น่าเบื่อซ้ำซาก น้ำเสียงเธอมีคาแรกเตอร์ของความสมัยใหม่ เป็นตัวของตัวเอง และเทียบกับงานเก่าๆของเธอ หรืองานของศิลปินอื่นๆที่สไตล์ใกล้เคียงกัน เธอแสดงถึงความเติบโตมากกว่า ทั้งเนื้อหา และ ภาคดนตรี -- แม้จะให้ความหวัง เราสามารถสัมผัสถึงความเศร้าบางอย่างในความกร้านแตกของเสียงที่เธอเปล่งออก มา

Toro Y Moi
Causers of This (2010)
[7.0/10]
(myspace)
Blessa
Blessa (vdo)
Talamak

Low Shoulder




ถ้าผมเปิดเพลงใดเพลงหนึ่งในอัลบัมนี้ขึ้นมามั่วๆในห้องที่เต็มไปด้วยคอเพลงอินดี้ รับรองว่าเกือบทุกคนต้องหันควับแล้วสงสัยว่า "เพลงไรอะ... ซาวน์เจ๋งดี..." งานToro Y Moiมีประสิทธิภาพขนาดนั้นจริงๆ ใครจะทนไหวกับดนตรีต้องหลากสีสันราวกับลูกกวาดแบบดิสโก้ๆเทคโนๆ80sๆchillๆ เช่นนี้ได้ คนวัย25-30ต้นๆที่โตมาในยุคปลาย80s ต้น90s เสี้ยวๆความทรงจำของดนตรีแป๋นๆ เกมส์แฟมมิคอลๆ ไตเติ้ลรายการทีวีเชยๆ ย่อมต้องโดนสะกิดต่อมถวิลหาเป็นธรรมดา -- ปัญหาเดียวที่ผมมีกับอัลบัมนี้คือ อายุใช้งานมันสั้นมากๆ ฟังซ้ำได้ไม่เกิน2-3รอบ ก็เอือมแล้ว เพราะรสหวานเหล่านั้น มันฉาบฉวย อมแป้ปเดียวก็จางหมดแล้ว

07 February 2010

ALBUM REVIEWS: Joy Orbison, Kria Brekkan, Oh No Ono, Bear In Heaven, Delphic

Joy Orbison
The Shrew Would Have Cushioned The Blow EP (2010)
[9.5/10]
(lastfm | myspace )
listen here
"So derobed"






EPเล็กๆบรรจุ3เพลงสุดเยี่ยม... ดนตรีdubstepจังหวะขัดๆ บีตโหลงเหลงๆ ซ้ำไปมากึ่มๆที่แสนเฉียบ ฝีมือศิลปินหนุ่มจากลอนดอน เก๋าจริงๆ คารวะ! เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม เยี่ยม -- ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนแนวนี้ แต่ก็ไม่ได้ย่อยง่ายๆซะทีเดียว ให้เวลากับมันหน่อยรับรองจะติดใจในความเนียนลื่นของการปรุงขั้นเทพจาก Joy Orbison


Kria Brekkan
Uterus Water 7" (2010)
[8.5/10]
(lastfm | myspace )
"Place Of You"
"Uterus Water"
(via)







ติสต์ แตก... ติสต์แตกจริงๆ... รับรองว่าต้องมีคนถึงขั้นยี้กับงานที่เอ็กอาร์ตสุดๆอย่างนี้ มันมัวๆมันสลัวๆ จับต้องอะไรแทบไม่ได้ เป็นดนตรีที่ทำเพื่อสุนทรีย์เฉพาะทางที่ไม่เป็นมิตรหลายๆคนแน่นอน -- EPนี้มีแค่3เพลง ทุกเพลงเป็นดนตรีทดลองแบบประเภทเคาะเปียโนก้องๆแบบร้องอู้อี้ๆนอนกลิ้งใน พิพิธภัณท์ -- แต่ลองตั้งใจฟังดู ให้โอกาสมันหน่อย จะพบว่าเป็นดนตรีที่สร้างบรรยากาศวังเวงๆเหงาๆปวดร้าวที่ยอดเยี่ยมทีเดียว เชียวละ



Oh No Ono

Eggs (2009)
[8.5/10]
(wiki | myspace | link)
" Internet Warrior"
"Swim"






วงอาร์ตๆหลอนๆไซคีๆจากเดนมาร์กที่ติดอันดับอัลบัมแห่งปีที่แล้วของ ข้าพเจ้าไปด้วย เพิ่งวางแผงในอเมริกาในปีนี้ ว่ากันตามเนื้องาน ก็ถือว่าชอบ แต่ไม่ได้ถึงกับจิ๊ดสุดๆ แต่ผมประทับใจความทะเยอทะยานของพวกเขา ที่พยายามปั้นดนตรีของตัวเองให้แรง ให้ดราม่า ให้ตูมตาม ให้เปรี้ยว เป็นอัลบัมที่โปรดักชั่นแข็งแรงหนักแน่น คอสตูมทางดนตรีเต็มยศ หัวจิตหัวใจของพวกเขาก็ปรากฏในตัวเำพลงอย่างชัดเจน -- จะลุ้นวงนี้ต่อไปให้ทำงานที่ดีขึ้นอีก


Bear In Heaven
Beast Rest Forth Mouth (2009)
[8.5/10]

(wiki | myspace | link)
" Lovesick Teenager"
" Wholehearted Mess
"






คงไม่แปลกอะไรถ้าจะบรรจุ Bear In Heaven ไปในหมวด'อะไร80sๆ' แต่คงต้องบอกว่าพวกเขาไม่ได้80sแบบที่หลายๆวงเป็นซะทีเดียว คือไม่ใช่แบบดิสโก้ หรือซินธ์ป็อป มันไม่ใช่ด้านสว่างของ80s ...มันออกไปทางBlade RunnerหรือThe Terminator อะไรแบบนั้น กล่าวคือมืดหม่นกว่า แมนกว่า อาจจะหดหู่กว่าบ้างนิดๆ กวาดตาดูชื่อเพลงก็ดูเป็นธีมความdarkแห่งวัยเยาว์ แต่นี่ไม่ใช่อัลบัมหดหู่เลย แต่เป็นอัลบัมมั่นๆด้วยอารมณ์อันเดอร์กราวๆที่เปี่ยมมนต์ขลัง (อัลบัมตกค้างจาก2009เช่นกัน)


Delphic
Acolyte (2010)
[5.0/10]

(official | myspace | wiki)
"Doubt"








ค่อนข้างผิดหวัง... ตอนแรกเห็นแววของวงจาก 2-3เพลงที่ปล่อยออกมาก่อนหน้า ดูท่าทางจะเป็นอิเล็กโทรป็อปเก๋ๆ เท่ห์ๆคมๆ แต่ทำไมอัลบัมมันออกมากลวงๆชอบกล คือก็ไม่ได้หวังให้เป็นมิติใหม่ทางดนตรีหรืออะไร แต่ลูกล้ำๆของมันดูเป็นเครื่องตกแต่งเพื่อให้งานดนตรีที่ไม่ได้มีอะไรใหม่ดู มีอะไรขึ้นมาหน่อย พอมองข้ามของจอมปลอมเหล่านั้นไป มันคือเพลงป็อปธรรมด๊าธรรมดา ที่ไม่ได้สร้างความแตกต่างให้ชีวิตเท่าไร ผิดหวัง... (ชอบเพลง Doubt นะ)

28 January 2010

ALBUM REVIEWS: Owen Pallett, Comanechi, Four Tet, Charlotte Gainsbourg, Race Horses, Class Actress


Owen Pallett
Heartland (2010)
[9.0/10]
(official | myspace | wiki)
"Midnight Directives"
Oh Heartland, Up Yours!
The Great Elsewhere
(via)
"Lewis Takes Action" (live)




Owen Pallett ตัดสินใจเลิกใช้ชื่อFinal Fantasyและใช้ชื่อจริงของตัวเองแทน -- จะชื่ออะไรไงก็ช่าง Heartlandคืองานที่ดีที่สุดของเขานับถึงวันนี้ งานของOwen Pallettมีเมโลดี้อินดี้ป็อปแบบโคตรเพราะพริ้ง มันเพราะแบบที่ว่าถ้าฟังเวอร์ชั่นอคูสติกเปลือยๆก็ยังเพราะได้ เขาใช้การเรียบเรียงดนตรีคลาสสิกที่ซับซ้อนแต่ออกฟังดูสงบนิ่ง เหมือนจะคาดเดาได้แต่ก็มีอะไรเล็กๆมาเซอร์ไพรซ์เราได้ตลอดอัลบัม บวกกับการใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์เล็กๆแซมๆไปเป็นระยะๆมาเป็นตัวเชื่อมบรรดา เหล่าเครื่องสายเครื่องเป่าเครื่องเคาะหรูหรา เกิดเป็นสเน่ห์แบบความเก่าล้อไปมาความใหม่ในกลิ่นอายของความเป็นโลกเทพนิยาย ที่เปี่ยมด้วยสีสัน -- สุดท้ายงานที่ออกมาเป็นดนตรีที่ฟังดูแสนสบายหู แต่เปี่ยมไปด้วยรายละเอียดยิบย่อยแพรวพราวมากมาย -- ถือหนึ่งในงานสุดปราณีตแห่งปี


Comanechi
Crime Of Love (2010)
[8.5/10]
(official | myspace | lastfm)
"rabbit hole" (youtube)
"death ot you"
(youtube)
"close enough to kiss" (youtube)
"naked" (youtube)





สองดูโอฟังค์จากอังกฤษ(นักร้อง/มือกลองสาวชาวญี่ปุ่น) ซุ่มทำเพลงมาหลายปีก่อนได้โอกาสออกอัลบัมเต็มเสียที เธอ ฟาดกลองและแหกปากร้องโวยวายไร้สาระ เขาสับกีต้าร์ไฟฟ้าเสียงแตกพร่านรกรุงรัง ดิบติดดินกันเละเทะสะใจ Crime of Loveคืออัลบัมที่เราจะได้รับรสของการอารมณ์ปลดปล่อยระบายฮอร์โมนพุ่งพล่าน ชวนนึกถึงYeah Yeah YeahsชุดแรกและNirvanaยุค In Utero -- สเน่ห์ของมันที่ผมรู้สึกคือ ตลอดอัลบัม...มันมีอารมณ์ขันทะแม่งๆบางอย่าง/ถ้ามองโลกในแง่ดี มันก็ชวนให้เราสนุกกับความเพี้ยนของมัน เธอตะโกนPussyบ้าง (ถึงขั้นมีชื่อ 'Revenge Of My Pussy'--อา ร๊าย) ตะโกนWankersบ้าง พล่ามเรื่องบ้าๆบอๆอย่างเรื่อง'ไข่ต้มที่เธอชอบกิน' / มองโลกในแง่ร้าย มันเป็นเรื่องราวการถูกย่ำยีของหัวใจที่ไร้เดียงสา เรียนรู้การสูญเสียอย่างเจ็บปวด และระบายออกมาอย่างบ้าคลั่งเสียสติ / เป็นอัลบัมที่ดูเหมือนซาวน์ระเบิดกระจัดกระจายแต่แน่นพอที่จะให้เรายึด เหนี่ยวจากต้นจนจบ และจมดิ่งกับมันอย่างลึกซึ้งได้ -- สุดยอด


Four Tet
There Is Love In You (2010)
[8.5/10]
(official | myspace | wiki)
"Love Cry" (via)
"She Just Likes To Fight" (via)
"Plastic People" (via)
"This Unfolds" (via)





อยาก ใส่คำว่า"Aphex Twin" ลงในจุดใดจุดหนึ่งในการรีวิวอัลบัมการกลับมาของ Four Tetอันนี้เหลือเกิน จะใส่ลงไปในเชิงถวิลหาเล็ก โลกหมุนไปเร็วเหลือเกินดนตรีล้ำของAphex Twinเป็นอะไรโบราณๆไปแล้ว ดังนั้น Four Tet ไม่ได้ทำอะไรใหม่เท่าไร ก็เป็นดนตรีอิเล็กโทรนิค น้อยๆบางๆซ้ำๆที่แสนเพลิดเพลิน หลับตาแล้วไปปล่อยให้อารมณ์ไหลไปตามเสียงกรุ๊งกริ๊ง บี๊บๆ ติ๊ดๆ ท่ามกลางกลองคอมพิวเตอร์เคาะจังหวะอย่างบางๆ รู้ตัวอีกทีหูเราก็ซึบซับรายละเอียดแพรวพราวมากมายที่ถูกจัดวางไว้อย่างแยบ ยล -- อีกหนึ่งเป็นงานดนตรีแสนสบายที่ย่อยง่ายถ้ามีพื้นฐานแนวๆนี้มาบ้าง มันไหลลื่น ลงตัว สวยงาม


Charlotte Gainsbourg
IRM (2010)
[8.5/10]
(official | myspace | wiki)
"IRM" (via)
"Heaven Can Wait"(via) (youtube)
"Time Of The Assassins" (via)
"Le Chat du Café des Artistes" (via)



เป็นอัลบัมที่เยี่ยมทีเดียว เกือบทุกเพลงมีความน่าสนใจ ผมมีความสุขในการฟังมากพอตัว -- แต่...มันเหมือนหลุดๆมาจากปี 2002 หรือ 2003 อะไรงั้น ความcoolบางอย่างชวนผมนึกถึงอารมณ์แบบ'อินดี้แคเนเดี้ยนๆ'ยุคนั้น แม้จะบวกควา่มเป็น 'หัวก้าวหน้า' หรือ 'Beckๆ' หรือ 'John Lennonๆ' เข้าไปเต็มบ้างแต่มันก็ยังไม่ถึงกับล้ำลึกพอที่จะร้องว่า 'โคตรเจ๋ง!' (ร้องประมาน "อืม...เจ๋งดี") -- อย่างไรก็ดีผมชอบความแหบๆกระชิบๆเซ็กซี่ฝรั่งเศสๆchicๆเก๋า Charlotte Gainbourgในฐานะนักร้องมีสเน่ห์เฉพาะตัวที่ดันอัลบัมขึ้นไปเยอะ และสร้างคาแรกเตอร์ให้อัลบัมได้ดีทีเดียว -- ถือเป็นอัลบัมที่แข็งแรง ทุกแทร็กแน่นปึก น่าหลงไหล -- ชอบนะ


Race Horses
Goodbye Falkenburg (2010)
[7.5/10]
( myspace | wiki)
"Man In My Mind" (via)
"Cake" (youtube)
"Man In My Mind" (youtube)





ดนตรีอินดี้ร็อคโจ๊ะๆ แบบThe Libertinesๆ The Beatlesๆ ที่สูญหายจากดนตรีบริท ไปนานเหมือนกันหลังจากยุค Franz Ferdinandรุ่งเรือง -- Race Horsesจะพาเราย้อนกลับไปในดนตรีกีต้าร์แบนด์ๆเท่ห์ๆผู้ดีๆ60sๆ ตรงไปตรงมา ไม่ต้องคิดไรมาก คอร์ดเป็นคอร์ด สับเป็นสับ ปั่นเป็นปั่น รั่วเป็นรั่ว เป็นอัลบัมเก๋าๆืคึกคักๆ้เท่ห์ๆวัยรุ่นๆ อารมณ์'เล่นในบาร์เล็กๆในเมืองเงียบๆในเวลส์ ห้อมล้อมด้วยวงเหล้าครื้นเครง'


Class Actress
Journal of Ardency EP (2010)
[6.5/10]
(official | myspace )
"Journal of Ardency" (via)
"Careful What You Say"
"All the Saints"





อีกEPที่ ออกมายืนยันว่า เพลงซินธ์ๆ80sได้ถูกรับรองความเท่ห์อย่างเป็นทางการแล้ว ใครที่ยังคิดว่าเพลงซินธ์ๆตุ๊ดๆนั้นเฉิ่มเลิกคิดได้แล้ว -- คำถาม: วงแนวๆนี้มันเริ่มจะมากเกินไปรึเปล่า? EPนี้ของ Class Actress แม้จะบรรจุเพลงดีๆเมโลดี้เพราะๆ ลูกซินธ์เก๋ๆ สามารถได้ฟังบ่อยๆไม่เบื่อ แต่มันไม่ได้สร้างความเซอร์ไพรซ์หรือตื่นเต้นอะไร ใครๆก็ทำแนวๆนี้ Julian Casablancasยังทำเพลงแบบนี้เล้ย -- สรุปว่าชอบในเนื้องาน แต่ไม่รู้สึกอยากติดตามวงเท่าไร