Pages

Showing posts with label Fleet Foxes. Show all posts
Showing posts with label Fleet Foxes. Show all posts

02 July 2011

LIST | 20 Most Played Tracks of the 2nd 1/4 of 2011

http://26.media.tumblr.com/tumblr_lnp3x0DU901qhyytko1_500.jpg

ผ่านไปครึ่งทางของปี2011แล้วหรือเนี่ย? ถือเป็นปีที่ดีสำหรับชีวิตการฟังเพลงของผมทีเดียว สามเดือนที่แล้วผมได้โพส20อันดับเพลงที่ฟังบ่อยที่สุดในรอบสามเดือนแรกของปี2011ไป (เดือนมกรา-เมษา ซึ่งเรียกได้ว่าquarterแรกของปี -- เดือนเมษา-มิถุนา จึงถือเป็นquarterที่สองของปีนั่นเอง)

ipodของผมได้รายงาน20เพลงที่ผมฟังบ่อยที่สุดในquarterที่สองของปี2011 (โดยตัดเพลงที่ติดอันดับในลิสต์แรกออกไป) เลื่อนลงไปดูและฟัง20เพลงดังกล่าวข้างล่างได้เลยครับ

01 Fleet Foxes - Montezuma
02 Fleet Foxes - Battery Kinzie
03 Adele - Someone Like You
04 Shabazz Palaces - An echo from the hosts that profess infinitum
05 California Wives - Tokyo
06 Junior Boys - ep
07 Coma Cinema - Caroline, Please Kill Me
08 James Blake - Lindesfarne
09 Howth - I Will Always Love You (Dolly Parton Cover)
10 Coma Cinema - Hell
11 Fleet Foxes - Helplessness Blues
12 Toro Y Moi - How I Know
13 Toro Y Moi - Still Sound
14 Bon Iver - Calgary
15 Junior Boys - Banana Ripple
16 Micachu and the Shapes - Everything
17 The Morning Benders - Oh Annie
18 Kate Bush - Deeper Understanding
19 Alex Turner - Hiding Tonight
20 Jessie Ware And Sampha - Valentine

31 May 2011

TRACK | Fleet Foxes: "Helplessness Blues"

http://27.media.tumblr.com/tumblr_ll56qpTTEF1qb118bo1_500.jpg
Fleet Foxes: "Helplessness Blues"
from Helplessness Blues (2011)

วินาทีนี้มีความเป็นไปได้ว่าอัลบัมHelplessness Blues จะอยู่ในลิสต์'อัลบัมแห่งปี2011'ของบล็อคนี้ที่อันดับ1...วินาทีนี้มันเป็นอัลบัมที่moveผมได้มากที่สุดในรอบหลายปี --ทำไมนะเหรอ? ..1.)เนื้อเพลงที่งดงามลึกซึ้งบทกวี 2.)ความช่ำชองทางดนตรีในการร้องและเล่นดนตรี 3.)การบันทึกเสียงที่ยอดเยี่ยมผลักดันพลังของเพลงอย่างเต็มที่ 4.)การเรียบเรียงธีม อารมณ์ และเรื่องราวของลำดับเพลงในอัลบัมที่สุดยอด

Helplessness Bluesเพลงชื่อเดียวกับอัลบัมเพลงนี้จริงๆเป็นเพลงแรกของอัลบัมที่ถูกปล่อยออกมา แต่ฟังครั้งแรกๆไม่ได้ชอบเท่าไร เลยไม่ได้อยากพูดถึง แต่พอซ้ำๆ...โอ้ว...กูพลาดไปแล้ว นี่มันมาสเตอร์พีซชัดๆ ลองฟังประโยคแรกของเพลงนี้เสียก่อน:
I was raised up believing
I was somehow unique
Like a snowflake distinct among snowflakes
Unique in each way you can see

And now after some thinking
I'd say I'd rather be
A functioning cog in some great machinery
Serving something beyond me
"ข้าเติบโตด้วยความเชื่อว่าข้านั้นแตกต่าง ดั่งเกล็ดหิมะที่โดดเด่นออกมาท่ามกลางกองหิมะมากมาย...แต่หลังจากขบคิดครู่หนึ่ง ข้าขอเป็นเพียงแค่ฟันเฟืองดีๆชิ้นนึงในเครื่องกลที่ยิ่งใหญ่ เพื่อรับใช้สิ่งที่อยู่เหนือข้าเสียดีกว่า" -- อีกครั้งที่ปลายปากกาของRobin Pecknoldสามารถcaptureอารมณ์ความสับสนต่อสู้ในจิตใจเชิงอุดมการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยนัยยะทาง'สงคราม'ด้วยภาษาอย่าง "What's my name, what's my station" หรือ "serving something beyond me""ที่อาจชวนให้นึกถึงอุดมการณ์'เพื่อชาติ'การเป็นทหารรับคำสั่งจากเบื้องบนดั่งฟันเฟืองเล็กๆที่ขับเคลื่อนปกป้องชาติจากศัตรู ("I don't need to be kind to the armies of night that would do such injustice to you")

แต่ขณะเดียวกันสามารถโยงเข้ากับอุดมการณ์ของปัจเจกชนทั่วๆไป ที่ครั้งหนึ่งในวัยเยาว์มีความเชื่อและความฝัน แต่วันหนึ่งก็ต้องยอมรับความจริงว่าโลกไม่ได้เป็นอย่างที่เราต้องการ ("Or bow down and be grateful and say "Sure take all that you see" to the men who move only in dimly-lit halls and determine my future for me") บางครั้งทำให้เราสับสน ไม่เข้าใจ และถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว ("...every thing that I see of the world outside is so inconceivable often I barely can speak") -- งดงามเหลือเกิน

มันอาจเป็นเรื่องที่ถูกเล่าซ้ำๆกับประเด็น'ความจริงvsความฝัน' แต่มันก็ได้ผลทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันสื่อสารกับคนที่หลงไหลในโลกร็อคแอนด์โรลล์อย่างเราๆท่านๆ ที่ลึกๆอย่างน้อยครั้งหนึ่งเชื่อว่า เราพิเศษ และเปลี่ยนแปลงโลกได้ และหลายๆครั้งก็พบกับเหตุการณ์ที่ทำให้สำนึกว่ามันไม่จริงแม้แต่น้อย

หรือสุดท้ายชีวิตก็คือการทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีที่สุด... ("If I had an orchard / I'd work till I'm raw / If i had an orchard / I'd work till I'm sore / And you would wait tables / And soon run the store")

20 April 2011

TRACK | Fleet Foxes: "Montezuma" (2011)

http://28.media.tumblr.com/tumblr_ljx4ypgiUp1qb118bo1_500.jpg
Fleet Foxes: "Montezuma"
from Helplessness Blues (2011)

การที่เราเติบโตจนถึงวัยเท่ากับพ่อแม่เราตอนพวกท่านให้กำเนิดเรา มันสะท้อนอะไร?มันบอกอะไรกับเรา? Fleet Foxesตั้งคำถามนี้ในประโยคแรกของMontezuma -- "So now I am older than my mother and father / when they had their daughter / now what does that say about me" มันหยุดให้เราคิดอะไรได้มากมายเหลือเกิน รู้สึกราวกับว่ามันคือหลักไมล์ของชีวิตที่ก้าวไปสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว คำถามที่ตามมาคือ เรายังจะได้ความรักบริสุทธิ์ดั่ง'แม่มีให้ลูก'อีกหรือ?เมื่อบทบาทของเราควรจะเป็นพ่อแม่เสียเองแล้ว ("Oh how could I dream of such a selfless and true love")

Robin Pecknoldเขียนเนื้อหาได้มีสวยงามเหมือนกวีและมีความหมายลึกซึ้งแบบปรัชญา ทั้งหมดผ่านภาษาเรียบๆธรรมชาติวางบนเมโลดี้ที่ไม่ซับซ้อน เป็นต้นตำรับโฟล์คยุคบุปผาชนแท้ๆ

เขาปลงกับความไม่เที่ยงของชีวิต ที่ไม่ว่าจะยากดีมีจน สุดท้ายก็ต้องตายไปจากไปอย่างเปลือยเปล่าไม่ต่างกับตอนแรกเกิด ("In dearth or in excess / both the slave and the empress / will return to the dirt I guess, naked as when they came") เขาตั้งคำถามกับการมีอยู่จริงของสวรรค์ ("I wonder if I'll see any faces above me or just cracks in the ceiling") และปล่อยวางความมักมากในทรัพย์สินเงินทอง -- แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย เขายังคงอยากจะนำสิ่งที่เขาครอบครองลงหลุมไปกับเขา ('...throw them into the tomb with me') ก่อนจะทิ้งท้ายให้คิดว่า ("Unless i have someday / Ran my wandering mind away") -- งดงามเหลือเกิน

Montezumaเป็นเพลงที่สามารถทำให้ปล่อยใจไหลไปไกลตามเมโลดี้ที่สวยงามและภาษาที่สละสลวย แต่อดไม่ได้ที่ต้องหยุดเวลาแล้วมองกลับมาที่ตัวเองเพื่อขบคิดทบทวนอะไรหลายๆอย่าง -- แค่แทร็คแรกของอัลบัม ทำได้ขนาดนี้ ...มั่นใจได้เลยว่าการฟังอัลบัมHelplessness Bluesจะเป็นการเดินทางที่น่าจดจำเหลือเกิน

31 March 2011

TRACK | Fleet Foxes: "Battery Kinzie" (2011)

http://27.media.tumblr.com/tumblr_liw2oitd231qb118bo1_500.jpg
Fleet Foxes: "Battery Kinzie"
from Helplessness Blues (2011)

อัลบัมเดบิวในปี2008ของFleet Foxes นำพวกเขาไปอยู่ในจุดที่ใกล้ๆกับวงฮิตติดตลาดทีเดียว อาจจะเรียกว่าเมนสตรีมได้ไม่เต็มปาก ...แต่ถือว่ามีพาวเวอร์มากทีเดียว ทำให้อัลบัมที่สองของพวกเขาHelplessness Bluesกลายเป็นอัลบัมที่คอเพลงหลายๆคนกำลังรอคอย

Battery Kinzieมีสิ่งที่ผมเรียกว่า'วัตถุชั้นเลิศของการเป็นซิงเกิ้ลแรกของFleet Foxes' ...อธิบายสั้นๆง่ายๆว่า มันติดหูชะมัด จิตวิญญาณแบบโฟล์คๆคันทรี่ๆอเมริกันๆชัดเจนสุดๆ เป็นสิ่งที่แฟนๆของวงคาดหวัง และขณะเดียวกันสามารถเรียกร้องความสนใจทำให้แฟนหน้าใหม่หันควับมาฟังอย่างตั้งใจได้ไม่ยาก

ป.ล. ฟังเวอร์ชั่นripจากรายการวิทยุได้ ที่นี่